
เทียบข้อดีและข้อเสียของการทำสีแบบ Powder Coating กับ PVD Coating
| เปรียบหัวข้อ | Powder Coating | PVD Coating |
| หลักการทำสี | เคลือบสีฝุ่นบนพื้นผิวโลหะด้วยไฟฟ้าสถิตและอบที่อุณหภูมิสูง | ใช้ไอระเหยของโลหะในเตาอบสุญญากาศเพื่อสร้างสี |
| คุณภาพของสี | สีเนียนเรียบ มีให้เลือกหลากหลาย | สีเงางาม ดูหรูหราและมีมิติ |
| ความทนทาน | คงทนต่อรอยขีดข่วน แต่สามารถลอกหรือแตกเมื่อผ่านการใช้งานหนัก | แข็งแรงกว่ามาก ทนรอยขีดข่วนและการกัดกร่อนสูง |
| อายุการใช้งาน | 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการใช้งาน | 10 ปีขึ้นไป สีไม่ซีดจางหรือลอกง่าย |
| ความต้านทานต่อสนิม | กันสนิมได้ดีเมื่อมีการเตรียมผิวอย่างเหมาะสม | กันสนิมได้ดีมาก เนื่องจากเป็นการเคลือบผิวระดับโมเลกุล |
| การเลือกเฉดสี | สามารถผสมสีได้ตามต้องการ มีให้เลือกทั้งแบบเงาและด้าน | มีเฉดสีจำกัด แต่ให้ความเงางามและหรูหรากว่า |
| ความปลอดภัย | ไม่มีสารพิษ แต่ต้องใช้สารเคมีในกระบวนการเตรียมผิว | ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีสารเคมีอันตราย |
| ความยืดหยุ่นของพื้นผิว | มีพื้นผิวหลากหลาย เช่น ด้าน กึ่งเงา หรือเมทัลลิก | ส่วนใหญ่เป็นผิวเงา หรูหรา |
| ค่าใช้จ่าย | ถูกกว่า PVD Coating เหมาะกับงานทั่วไป | ค่าใช้จ่ายสูงกว่า เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง |
- Powder Coating เหมาะสำหรับงานที่ต้องการสีหลากหลาย ควบคุมเฉดสีได้ และมีต้นทุนต่ำกว่า เหมาะสำหรับ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ในบ้าน และชิ้นส่วนที่ไม่ต้องเผชิญแรงเสียดสีสูง
- PVD Coating เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความ หรูหรา แข็งแรง ทนทานต่อรอยขีดข่วน และมีอายุการใช้งานยาวนาน เหมาะกับ ตกแต่งภายใน-ภายนอกอาคาร งานสแตนเลสที่ต้องการความพรีเมียม
หากต้องการเลือกใช้ขึ้นอยู่กับงบประมาณและลักษณะของงานที่ต้องการ

